• 24 ส.ค. 2565

จับตาสมรภูมิคอนโดบีโอไอเดือด ยักษ์อสังหาฯปักหมุดเซฟโซน-น่านน้ำใหม่

“คอนโด บีโอไอ” เป็นหนึ่งในเซ็กเมนต์ที่ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์มองว่าเป็น Safe Zone ในช่วงที่เศรษฐกิจโลกมีความไม่แน่นอน ข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลอสังหาฯ พบว่า ไตรมาสแรก คอนโดระดับราคา 1-1.5 ล้าน มีสัดส่วน 32.2% สูงเป็นอันดับหนึ่ง!

สถานการณ์โควิด-19 เริ่มคลี่คลาย คอนโดมิเนียมเปิดใหม่ขยับตัวแซงแนวราบเป็นครั้งแรก! ในรอบ 2 ปี และ “คอนโด บีโอไอ” เป็นหนึ่งในเซ็กเมนต์ที่ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์มองว่าเป็น Safe Zone ในช่วงที่เศรษฐกิจโลกมีความไม่แน่นอน ภาวะเงินเฟ้อ ดอกเบี้ยขาขึ้น

ข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ พบว่า ที่อยู่อาศัยเปิดใหม่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ไตรมาสแรกที่ผ่านมา คอนโดระดับราคา 1-1.5 ล้านบาท มีจำนวน 6,064 หน่วย มีสัดส่วน 32.2% สูงเป็นอันดับหนึ่ง! ส่งผลให้ทั้งแบรนด์ใหม่และแบรนด์เก่าแห่เปิดตัวโครงการใหม่จำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น เสนาคิทท์ ของค่ายเสนาฯ รีเจนท์โฮม ของเจ้าพ่อคอนโดบีโอไอ คอนโดมี ของแสนสิริ นิว ของโนเบิล และบิ๊กเพลเยอร์รายล่าสุด “ออริจิ้น” กำลังโดดเข้ามารุกตลาดนี้เป็นครั้งแรก!!!

อภิสิทธิ์ สุนทรชูเกียรติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น คอนโดมิเนียม จำกัด


อภิสิทธิ์ สุนทรชูเกียรติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น คอนโดมิเนียม จำกัด ผู้พัฒนาโครงการกลุ่มสมาร์ทคอนโดมิเนียม ในเครือออริจิ้น กล่าวว่า ตลาดคอนโดเริ่มกลับมาฟื้นตัวมากขึ้น ในฐานะดีเวลลอปเปอร์ต้องพยายามหาน่านน้ำใหม่ (Blue Ocean) ด้วยการพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์กับไลฟ์สไตล์และกำลังซื้อของผู้บริโภคทุกเซ็กเมนต์ สร้างวาไรตี้ให้ลูกค้าทุกกลุ่ม หนึ่งในนั้น คือ “คอนโดบีโอไอ” โครงการคอนโดที่ได้รับการสนับสนุนการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือบีโอไอ (BOI) ราคาขายไม่เกิน 1.2 ล้านบาทต่อยูนิต

“ออริจิ้น สนใจและมีแผนที่ทำการตลาด หากได้ทำเลที่น่าสนใจ ราคาที่ดินไม่แพง เดินทางสะดวก มีโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม มีตลาด มีห้างสรรพสินค้ามารองรับการดำเนินชีวิต สามารถทำราคาได้พร้อมดำเนินการทั้งทำเลในกรุงเทพฯ และปริมณฑล”

“ออริจิ้น” โฟกัสตลาดเรียลดีมานด์มากกว่ากลุ่มคนซื้อเพื่อปล่อยเช่า หรือขายต่อ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า กลุ่มคนซื้อเพื่อปล่อยเช่าให้ความสนใจ เนื่องจากได้กำไรจากการลงทุนค่อนข้างดี ยกตัวอย่าง จากเดิมที่ซื้อ 900,000 บาท สามารถขายต่อแล้วได้กำไร 100,000 บาท ก็ราว 10%

“เราไม่เคยทำคอนโดเซ็กเมนต์นี้มาก่อน แต่ตลาดนี้จะทำให้ออริจิ้นครอบคลุมฐานลูกค้าได้มากขึ้น จากเรียลดีมานด์ที่มีค่อนข้างสูง ถือเป็น Safe Zone ให้ดีเวลลอปเปอร์ในช่วงตลาดผันผวนจากเงินเฟ้อ ดอกเบี้ยขาขึ้น เพราะลูกค้ากลุ่มนี้มีความต้องการที่อยู่อาศัยจริงจำนวนมาก จึงคุ้มค่าที่ลงทุน”

กลุ่มที่ซื้อเพื่อลงทุนปล่อยเช่านิยมคอนโดเซ็กเมนต์นี้เพราะส่วนใหญ่ได้ผลตอบแทน (Yield) 5-8%  กลุ่มลูกค้าที่เข้ามาเช่า เป็นกลุ่มเริ่มทำงาน (First Jobber) รวมทั้งกลุ่มคนที่ทำงานในโรงงานในย่านนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ ค่าเช่า 5,000-8,000 บาทต่อเดือน ส่วนกลุ่มซื้อเพื่อเก็งกำไรหายไปแล้ว! หลังตลาดค่อนข้างนิ่งมาตั้งแต่ปี 2562 ก่อนเกิดโควิด

ทั้งนี้ ช่วงครึ่งปีหลังจะเห็นสินค้าใหม่ที่มีความหลากหลายเข้ามาในตลาดมากขึ้น หลังจากเคลียร์สต็อกเก่าไปมากแล้วทำให้ดีเวลลอปเปอร์ต้องเติมของใหม่เข้าไป ยกเว้นบางรายที่ยังมีสต็อกเก่า ส่งผลให้การแข่งขันรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะลูกค้าที่เป็นเรียลดีมานด์ในประเทศ เพราะยังไม่สามารถคาดหวังกำลังซื้อจากต่างชาติที่จะกลับเข้ามาได้มากนักจากปัจจัยความไม่แน่นอนหลายประการ

อย่างไรก็ตาม หลักเกณฑ์การทำคอนโดบีโอไอในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล จะมีเกณฑ์อยู่ว่าผู้ประกอบการพัฒนาอสังหาฯ จะต้องสร้างคอนโดขนาดยูนิตไม่ต่ำกว่า 24 ตร.ม. ขายราคาไม่เกิน 1.2 ล้านบาท ซึ่งเป็นราคาที่ต่ำกว่าตลาดเพื่อช่วยคนกำลังซื้อน้อยที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง

เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน)


เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปัจจัยลบที่เข้ามาอย่างต่อเนื่องไม่ว่าโควิด ภาวะเศรษฐกิจโลก เงินเฟ้อ ดอกเบี้ยขาขึ้น การทำธุรกิจไม่ว่าจะเซ็กเตอร์ไหนต่างได้รับผลกระทบ และหลายกลุ่มธุรกิจได้รับผลกระทบเข้าขั้นรุนแรง ทำให้ภาระหนี้สินครัวเรือนปรับเพิ่มขึ้น พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไป กำลังซื้อ “ลดลง” ถือเป็นโจทย์ที่ท้าทาย

สถิติต่างๆ พบว่า เซ็กเมนต์บ้าน คอนโดราคาต่ำล้าน หรือล้านต้นๆ ซัพพลายแต่ละปีน้อย เพราะทำยาก ผู้ประกอบการไม่ค่อยทำตลาด เพราะมองว่าไม่คุ้ม! แต่ฐานลูกค้ากลุ่มนี้เป็นเรียลดีมานด์ที่มีจำนวนมหาศาล มีฐานเงินเดือน 10,000-20,000 บาท ต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง แต่ปัญหากลับไม่มีสินค้าจึงเป็นที่มาของแบรนด์ “เสนาคิทท์”

“แม้วันนี้จะมีความเสี่ยงต่อการที่ลูกค้าจะถูกปฎิเสธสินเชื่อ และปัจจัยลบจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นไม่ว่าจะเป็นราคาที่ดิน วัสดุก่อสร้างที่ปรับราคาสูงขึ้น แต่ยังมีโอกาสหากเข้าไปขยายฐานลูกค้ากลุ่มนี้เป็น นิวคัมเมอร์ ในตลาดที่เพิ่งเริ่มทำงาน”

กลยุทธ์การทำตลาดของเสนาคิทท์ มุ่งพัฒนาโครงการกระจายครบนิคมอุตสาหกรรมในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และหาโอกาสขยายไปต่างจังหวัดเพิ่มขึ้น

อิสระ บุญยัง ประธานคณะกรรมการสมาคมการค้ากลุ่มอสังหาริมทรัพย์ออกแบบและก่อสร้าง สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย


อิสระ บุญยัง ประธานคณะกรรมการสมาคมการค้ากลุ่มอสังหาริมทรัพย์ออกแบบและก่อสร้าง สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย วิเคราะห์ว่า คอนโดบีโอไอเป็นตลาดที่กว้างมาก ตอบโจทย์กำลังซื้อคนไทยในห้วงเวลานี้ จึงเป็นตัวแปรสำคัญที่ผู้ประกอบการหลายรายโดดลงมาพัฒนาโครงการ ก่อนหน้านี้ มีค่ายแอลพีเอ็นเป็นเจ้าตลาด ตามด้วยพฤกษา ต่อมาเป็นเสนาฯ

“เป็นเรื่องปกติในการขยายช่องทางการตลาดและฐานลูกค้าให้กว้างขึ้นเพื่อเพิ่มยอดขาย หลายบริษัทปรับตัวมาทำคอนโดราคาถูก ไม่ว่า แสนสิริ ยูนิตละ 1.99 ล้าน จากเดิมไม่ทำ ภายใต้ข้อจำกัดที่ไม่สามารถกระจายทำเลที่ตั้งได้ ก็ต้องกระจายสินค้าและระดับราคาลงมา เพราะขึ้นไปข้างบนยาก มีจำนวนน้อย แม้แต่แลนด์แอนด์เฮ้าส์ กระจายสินค้าลงมาระดับ 3 ล้าน หลายปีแล้วเป็นทาวน์โฮม ส่วนพฤกษาขึ้นไประดับล้านต้นๆ มีน้อยลง”

อิสระ ระบุว่า แม้ว่าลูกค้ากลุ่มนี้จะมีปัญหากู้ยากแต่มีธนาคารอาคารสงเคราะห์เข้ามาช่วยสนับสนุน ที่สำคัญมีดีมานด์สูง ฉะนั้น แม้จะกู้แล้วหลุดไป 50% ผู้ประกอบการยังอยู่ได้ โดยเฉพาะทำเลในนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ แม้กำลังซื้อไม่สูงมากแต่จำนวนแรงงานที่มีความต้องการที่อยู่อาศัยสามารถเข้ามาซื้อได้ เพราะดอกเบี้ยต่ำ จูงใจให้ผ่อน! เพราะใกล้เคียงกับเช่า  หลายบริษัทจึงสนใจตลาดนี้เพราะผู้พัฒนาโครงการได้เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำด้วยเช่นกัน

ที่มา : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ
ภาพประกอบ : โครงการ รีเจนท์โฮม บางนา

บทความอื่นๆ
  • ค้นหาบ้านคอนโด

    ต้องการซื้อ หรือเช่า บ้าน คอนโด ตรวจ สอบราคา เช็คค่าเช่า ติดต่อตรงกับเจ้า ของตัวจริง ทุกทำเล ทั่วประเทศ

    ค้นหา
  • ลงประกาศฟรี

    ต้องการขาย หรือปล่อยเช่า บ้าน คอนโด เพียงคุณเป็นเจ้าของตัวจริง และพร้อมที่จะลงประกาศอย่างมีคุณภาพ เพื่อให้ผู้ซื้อศึกษา อย่างสะดวกที่สุด ก็ลงประกาศฟรี! ได้เลย

    ลงประกาศ