• 25 ต.ค. 2564

เตรียมบ้านให้พร้อมใช้ เตรียมไฟให้พร้อมชาร์จ รอต้อนรับ‘รถยนต์ไฟฟ้า’

ช่วงนี้น้ำมันกลับมาแพงอีกแล้วครับ หลังจากผ่านโควิดไปหลายระลอก ปลายปีนี้เราอาจจะต้องกลับมาเดินทางใช้รถยนต์ส่วนตัวกันเต็มเหนี่ยวเหมือนเมื่อก่อน บางคนเลยอาจจะกำลังพิจารณาเปลี่ยนรถยนต์จากน้ำมันเบนซินหรือดีเซล ไปใช้รถยนต์ไฟฟ้า หรือ Electric Vehicle (EV) แทน ยิ่งในปี 2565 รัฐบาลจะส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้าให้มากขึ้น ด้วยการนำเข้าจากต่างประเทศ ควบคู่ไปกับการลงทุนก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะสถานีชาร์จครับ

ก่อนจะตัดสินใจว่าจะไปถอยรถยนต์ไฟฟ้ามาใช้หรือไม่ อย่างแรกที่ต้องพิจารณาเลยก็คือ คุณจะชาร์จไฟรถได้ที่ไหน? หากคุณอยู่คอนโด โครงการของคุณมีการติดตั้งสถานีชาร์จไว้แล้วหรือสามารถขออนุญาตติดตั้งกับนิติบุคคลฯได้หรือไม่ หรือถ้าอยู่บ้านนอกโครงการจัดสรร ตามเส้นทางที่ใช้เป็นประจำมีสถานีชาร์จมากน้อยแค่ไหน คุณควรสำรวจและสังเกตไว้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจครับ

ทางที่ดี ผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าควรติดตั้งเครื่องชาร์จไว้ที่บ้านเลยครับ จะได้ไม่ต้องรบกวนสถานีชาร์จสาธารณะบ่อยเกินไป แต่การจะติดตั้งเครื่องชาร์จที่บ้านได้ คุณต้องเช็คว่าบ้านของคุณมีความพร้อมหรือยัง โดยมี 2 จุดสำคัญที่ต้องตรวจสอบ อย่างแรกคือ ระบบไฟฟ้าที่บ้านของคุณเพียงพอรองรับการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าหรือไม่? ให้คุณตรวจสอบขนาดมิเตอร์ไฟฟ้า ในส่วนของ Phase หรือ Type จะบอกได้ว่ากำลังการจ่ายไฟของบ้านท่านจ่ายไฟได้เท่าไหร่ บ้านโดยทั่วไปมักจะอยู่ที่ Single-Phase 5(15)A หรือ Single-Phase 15(45)A ซึ่งเป็นกำลังไฟที่ไม่เพียงพอกับการใช้ชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า การจะติดตั้งเครื่อง EV Charger และใช้ไฟในบ้านได้อย่างเสถียร มาตรฐานขนาดมิเตอร์ที่ทางการไฟฟ้าฯแนะนำ คือ Single-Phase 30(100)A หรือ 3-Phase 15(45)A จึงจะเพียงพอครับ

หากตรวจสอบแล้วว่ามิเตอร์ไม่เหมาะสม ท่านสามารถแจ้งไปที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค PEA Call Center 1129 หรือ การไฟฟ้านครหลวง MEA Call Center 1130 เพื่อขอเปลี่ยนขนาดมิเตอร์ไฟฟ้าในบ้านได้ โดยจะมีค่าใช้จ่ายขึ้นอยู่กับขนาดมิเตอร์และสายส่งเข้าอาคารครับ

อีกจุดหนึ่งที่คุณต้องสำรวจในบ้านก็คือ มีที่จอดรถในร่มที่ไม่ไกลจากตู้เมนไฟฟ้าหรือไม่? ไม่ใช่ว่ารถยนต์ไฟฟ้าจะผิวบางกลัวแดดกลัวฝนนะครับ แต่เป็นตัว EV Charger ที่เราควรป้องกันจากละอองฝนครับ โดยเลือกจุดที่สามารถเดินสายไฟจากเครื่องชาร์จไปยังตู้เมนไฟฟ้าในบ้านท่านได้สะดวก และให้มีระยะจากจุดติดเครื่องชาร์จจนถึงจุดที่เสียบเข้าตัวรถที่จอดไม่ควรเกิน 5 เมตร เนื่องจากสายเครื่อง EV Charger โดยทั่วไป อยู่ที่ 5-7 เมตรเท่านั้นครับ

หากคุณคิดว่าสามารถขจัดอุปสรรคที่กล่าวมาได้แล้ว ก็ออกไปเลือกรถยนต์ไฟฟ้าที่ถูกใจได้เลยครับ อย่าลืมตรวจสอบประเภทหัวปลั๊กว่าเป็น Type 1, Type 2 หรือ GB/T และตรวจสอบขนาด On-Board Charger หรือระบบควบคุมการดึงไฟฟ้าของรถยนต์ ซึ่งจะมีผลต่อระยะเวลาในการชาร์จไฟของแบตเตอรี่รถยนต์ให้เรียบร้อย ก่อนออกไปเลือกซื้อ EV Charger มาติดบ้านรอต้อนรับสมาชิกคันใหม่นะครับ

จากใจ
ZmyHome
ฝากกดแชร์เป็นกำลังใจด้วยนะครับ

ผู้เขียน : จเร ZmyHome
ข้อมูลจาก : การไฟฟ้านครหลวง, บริษัท ไพรม์อินเตอร์โฮลดิ้ง จำกัด
บทความอื่นๆ
  • ค้นหาบ้านคอนโด

    ต้องการซื้อ หรือเช่า บ้าน คอนโด ตรวจ สอบราคา เช็คค่าเช่า ติดต่อตรงกับเจ้า ของตัวจริง ทุกทำเล ทั่วประเทศ

    ค้นหา
  • ลงประกาศฟรี

    ต้องการขาย หรือปล่อยเช่า บ้าน คอนโด เพียงคุณเป็นเจ้าของตัวจริง และพร้อมที่จะลงประกาศอย่างมีคุณภาพ เพื่อให้ผู้ซื้อศึกษา อย่างสะดวกที่สุด ก็ลงประกาศฟรี! ได้เลย

    ลงประกาศ